โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เตรียมจับวานบิสซาก้าเล่นเซนเตอร์แบ็กปรี

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไอเดียบรรเจิดในการหาทางแก้ปัญหาตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ด้วยการคิดลองใช้งาน อารอน วาน-บิสซาก้า มาเล่นเป็นปราการหลังตัวกลาง 

 

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  มีแผนที่จะลองจับ อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็กขวา มายืนในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กช่วงปรีซีซั่น จากการเปิดเผยของ “เดอะ ซัน” สื่อดังในประเทศอังกฤษ

 

วาน-บิสซาก้า ได้ชื่อว่าเป็นแบ็กขวาที่เล่นได้เหนียวแน่นที่สุดในศึกพรีเมียร์ลีก SAGAME66 โดยเฉพาะทักษะในในเกมรับของเขาถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ และยังอ่านเกมได้ดี  รวมทั้งยังมีจังหวะการเสียบสกัดที่แม่นยำด้วยเหตุนี้ทำให้ โซลชา อยากลองสลับเปลี่ยนตำแหน่งของ ดาวเตะวัย 23 ปีเพื่อสร้างความหลากหลายในเกมรับ โดยอาจจะขยับนักเตะมาเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กในกรณีที่เล่นแผนแบ็กโฟร์โดยยืนคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ หรือเซนเตอร์แบ็กคนอื่น

SAGAME66

ซึ่งหากนักเตะทำได้ดีจะช่วยให้ “ผีแดง” มีเกมรับที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้กับทุกสถานการณ์

 

นอกจากนี้หาก “น้าลูกอม” เลือกใช้แผนกองหลัง 3 คน วาน-บิสซาก้า จะถูกขยับไปเล่นเป็นวิงแบ็ก เหมือนที่ รีส เจมส์ กับ ไคล์ วอล์คเกอร์ แสดงให้เห็นในการเล่นกับ เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามลำดับ  ถ้าหาก วาน-บิสซาก้า ซึ่งลงเล่นให้กับ “ผีแดง” ไปแล้ว 100 เกมจากช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา ไปได้สวยกับตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ก็จะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีเกมรับที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้กับทุกสถานการณ์

SAGAME66

ทั้งนี้ วาน-บิสซาก้า ซึ่งเซ็นสัญญามาจาก คริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,000 ล้านบาท) เมื่อปี 2019 สร้างผลงานน่าประทับใจในถิ่นโอดล์ แทร็ฟฟอร์ด และได้รับการเชิดชูว่าเป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่เล่นเกมรับดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก แต่น่าเสียดายที่ แกเร็ธ เซาธ์เกม ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เมินดึงตัวเขาไปช่วยชาติในศึกยูโร 2020

 

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร goddessaday.com

เข้าทำเนียบ 10 ดาวยิง

ประตูจากจุดโทษที่ แฮร์รี่ เคน ในเกมชนะ ไบรท์ตัน 2-1 ทำให้กลายเป็นนักเตะที่ทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุดตลอดกาลอันดับที่ 10

เคนโดน อดัม ลัลลาน่า ของ เซาธ์แฮมป์ตัน ทำฟาวล์ตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งลูกนี้ตามกฏใหม่ก็ถือว่าเป็นจุดโทษ ซึ่งเจ้าตัวก็ลุกขึ้นมารับหน้าที่ยิงเองแล้วก็ไม่พลาดเป็นประตู 1-0 ของ ไก่เดือยทอง

เคน เป็นคนที่ยิงจุดโทษชัวร์นะ น้าแมวสังเกตหลายทีแล้วว่าเขาไม่ค่อยพลาด เอาเป็นว่าเวลานี้ เคน ยิงเข้าไปทั้งหมด 22 จาก 25 ครั้งกันเลยทีเดียว ซึ่งนั่นคิดเป็น 88 เปอร์เซ็นต์นะครับ

นี่คือประตูที่ 149 ของ เคน จากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 214 เกม และเขาได้พาตัวเองขึ้นไปติด 10 อันดับแรกดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกตลอดกาลแล้ว โดยเท่ากับ เลส เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหน้าของ สเปอร์ส อีกคนหนึ่งนั่นเอง ซึ่ง 10 อันดับแรกเป็นแบบนี้ครับ

1.อลัน เชียเรอร์ 260 ประตู 2.เวย์น รูนี่ย์ 208 ประตู 3.แอนดี้ โคล 187 ประตู 4.เซร์คิโอ อเกวโร่ 180 ประตู 5.แฟร้งค์ แลมพาร์ด 177 ประตู 6.เธียร์รี่ อองรี 175 ประตู 7.ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ 163 ประตู 8.เจอร์เมน เดโฟ 162 ประตู 9.ไมเคิ่ล โอเว่น 150 ประตู 10.เลส เฟอร์ดินานด์ และ แฮรี่ เคน 149 ประตู

ดูแล้วในซีซั่นนี้มีโอกาสที่ เคน จะแซงหน้า ร็อบี้ ฟาวเลอร์ ไปอยู่อันดับ 7 ตลอดกาลได้เลย เพราะเหลืออีก 14 ประตูก็จะเท่ากันแล้ว ส่วน สถิติของ อองรี และ แลมพาร์ด ก็ต้องรอฤดูกาลหน้า ค่อยฝันถึงการไล่หลังสถิติของ แอนดี้ โคล หรือ เวย์น รูนี่ย์

SAGAME66

และต้องดูด้วยว่า เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” ของ SAGAME66 จะยิงเพิ่มได้อีกแค่ไหน ส่วนสถิติ 260 ประตู น้าแมวว่าทำลายยากเหมือนกัน เวลานี้ เคน ตามหลังอยู่ 111 ประตู ตัวเลขสวยซะด้วย

นั่นหมายความว่า เคน จะต้องยิงอย่างน้อย 20 ประตูขึ้นไป 5 ซีซั่นติดต่อกันนั่นแหละจึงจะไปถึงตรงนั้น น้าแมวมองว่าถ้า เคน ไม่ย้ายลีกไปต่างประเทศ เขามีโอกาสทำลายสถิติ 208 ประตูของ รูนี่ย์ ได้ครับ ส่วนสถิติ 260 ประตูของ เชียเรอร์ โอกาสทำลายสถิติมีอยู่ 30-40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

น้าแมว เชื่อนะว่าสถิติส่วนบุคคล เคน ไม่สนใจเท่าไหร่นักหรอก ยิงไปเรื่อยๆถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง แต่การเป็น “แชมป์” นี่สิที่เขาต้องการ

และอย่างที่บอกไปหลายครั้งขุมกำลังของ สเปอร์ส พร้อมมาก แถมได้ซูเปอร์สตาร์อย่าง แกเรธ เบล มาช่วย บวกด้วย ซน ฮึง-มิน บางทีสิ่งที่แฟน ไก่ รอคอยมาตั้งแต่ปี 2008 อาจจะจบลงในฤดูกาลนี้ ด้วยการมีสัก 1 แชมป์ติดไม้ติดมือ

ติดตามข่าวสารได้ที่ goddessaday.com

ความต่างของแม็คเฟร็ด

นี่คือบทความที่จะบ่งบอกถึงความแตกต่างในการเล่นมิดฟิลด์ของ แม็ค-เฟร็ด

หลายๆคนอาจจะมองว่า “แม็คเฟร็ด” (McTominay & Fred) นั้นเป็นมิดฟิลด์ตัวต่ำของทีมเช่นกัน และทำหน้าที่ร่วมกันในการเป็น “กลางรับคู่” double pivotของแผน 4-2-3-1 ในทีมเราขณะนี้ ดูเผินๆทั้งสองคนนี้อาจจะเล่นคล้ายๆกัน และช่วยๆกันวิ่งในแดนกลางให้ทีมเรา

แต่จริงๆแล้ว สไตล์การเล่นของแม็คโทมิเนย์กับเฟร็ด แตกต่างกันมากพอสมควร หากจะสังเกตดีๆ โดยที่เราสามารถจำแนกความแตกต่างของสองคนนี้ได้  โดยการวิเคราะห์เบื้องต้นผ่านทาง “บทบาทการเล่นมิดฟิลด์” (Role) ที่ไม่เหมือนกันของทั้งสองคน ว่าแต่ละคนนั้นเล่นด้วยroleอะไรเป็นหลักในสนาม 

เมื่อพบว่ามันเป็นคนละroleกัน เราก็จะมองเห็นถึงความต่างระหว่างสองคนนี้ได้ชัดเจน และนี่คือภาควิเคราะห์ถึงนักเตะในทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ทำให้รู้ว่านักเตะของเรานั้นมีอะไรที่นำเสนอและช่วยทีมได้บ้าง

แม็คโทมิเนย์เราสามารถระบุเขาได้อย่างชัดเจนแน่นอนแล้วในตอนนี้ว่า เขาคือมิดฟิลด์ประเภท “Box to Box” ขนานแท้และดั้งเดิมแบบ100% เน้นๆเลย ซึ่งคำจำกัดความของBox to Box ก็อย่างที่เราทราบกันว่า มันคือมิดฟิลด์ที่เติมขึ้นสูงไปเล่นจนถึงในกรอบ(box)ของคู่ต่อสู้ได้ในขณะที่เล่นเกมรุก

แต่ในขณะเดียวกัน เวลาเล่นเกมรับ เขาก็จะลงต่ำมาจนสุดกรอบเขตโทษฝั่งตนเอง(box)เช่นกัน และช่วยทีมเล่นป้องกันแบบเต็มตัวได้ มันคือการเล่นที่ขึ้นสุด(box)ลงสุด(box)นั่นเอง

เกมรุก มิดฟิลด์ box to box จะเติมขึ้นสูงถึงขนาดได้โอกาสจบสกอร์ด้วย ไม่ว่าจะยิงหรือโหม่งลูกครอส เข้าไปเติมยิง หรือแม้กระทั่งถอนต่ำลงมานิดหน่อยเพื่อโจมตีด้วยลูกยิงระยะไกลนอกกรอบก็เช่นกัน คือพูดง่ายๆคือรุกทุกรูปแบบทั้งวงนอกวงใน จะทำหมด (ซึ่งก็เป็นการเล่นของน้องแม็คชัดๆ)

เกมรับมิดฟิลด์box to box จะลงต่ำมาเพื่อจัดการกับกลางรุกของคู่แข่ง ไล่บดขยี้และปกป้องแผงเกมรับ(defensive line)ในด้านหลัง เรียกง่ายๆก็คือเล่นรับเต็มตัวอีกนั่นเอง

SAGAME66

การเติมมายิงประตูได้บ่อยครั้ง คือจุดที่บ่งบอกชัดเจนถึงการเติมเกมรุกของแม็คโทมิเนย์ที่สุดมากๆ จากนัดล่าสุดด้วยประตูโทนเอาชนะเวสต์แฮมนี่การเติมมายิงในกรอบมันคือมิติมิดฟิลด์ Box to Box แบบชัดเจน

แต่นอกจากการเป็นมิดฟิลด์ประเภทนี้100%แล้วนั้น แม็คโทมิเนย์ยังมี SAGAME66 ที่ชัดๆอีกสองมิติการเล่นกองกลางนั่นก็คือ

-Ball Winning Midfielder หรือพูดง่ายๆคือ การเป็นมิดฟิลด์สายบวก เข้าปะทะทำลายเกม และชิงบอลจากคู่แข่งมาให้ได้ เรียกภาษาแบบศาลาผีคือ มิดฟิลด์สาย”ทำลายล้าง” ตัดทำลายเกมคู่แข่งแล้วชิงบอลมาให้ได้ นั่นคือสิ่งที่แม็คเป็นในยามเล่นเกมรับ

-Half Back อันนี้เขียนอยู่บ่อยๆ มันคืออีกมิตินึงที่แม็คโทมิเนย์มี คือการที่สามารถลงไปยืนต่ำยิ่งกว่า”มิดฟิลด์ตัวรับ” ได้อีก ซึ่งก็จะดร็อปต่ำลงไปยืนเกือบๆจะระนาบเดียวกับสวีปเปอร์เลย โดยฮาล์ฟแบ็คจะยืนราวๆCBตัวข้าง ที่ยืนสูงกว่าSWนิดนึง

ซึ่งก็เป็นแผนที่แมนยูไนเต็ดใช้ในการbuild-up บอลขึ้น จากแดนหลังไปหน้านั่นเองที่ผมเขียนถึงอยู่บ่อยๆ และแฟนบอลก็น่าจะเห็นทีมเรายืนตำแหน่งแบบนี้กันทุกๆนัด หากสนใจจะสังเกตแทคติกทีมเรา นั่นก็คือ การเซ็ตหลังสามชั่วคราวด้วยทรง 3-1-2-1-3 (หรือ 3-3-1-3) ที่กระจายนักเตะแผ่ออกไป แดนหลังยืนกันสามตัว กลางซ้ายขวา มิดฟิลด์ตัวต่ำรับบอลคนนึง จากนั้น วิง กับ กลางรุกด้านหน้าก็จะกระจายๆกันรอรับบอลต่อ

ติดตามข่าวสารได้ที่ goddessaday.com

ทาคูมิ มินามิโนะ เผยอนาคตชัดเจนกับลิเวอร์พูล

ทาคูมิ มินามิโนะ สตาร์เลือดซามูไรของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในช่วงซัมเมอร์นี้ 

ทาคูมิ มินามิโนะ กองกลางชาวญี่ปุ่นของ ลิเวอร์พูล เปิดใจเกี่ยวกับอนาคตของตนเองกับทัพ “หงส์แดง” หลังนักเตะตกเป็นข่าวเรื่องการย้ายทีมอย่างต่อเนื่องในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ หลังเจ้าตัวดูเหมือนจะไม่มีอนาคตกับ “หงส์แดง” และมีข่าวลือสะพัดว่าเตรียมจะเก็บข้าวของออกจากถิ่นแอนฟิลด์
แนวรุกเลือดซามูไร ย้ายจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก มาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ SAGAME66 เมื่อเดือนมกราคม 2020 ต้องพบกับความยากลำบากในการปรับตัวกับการเล่นในพรีเมียร์ลีก และไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนักนับตั้งแต่ที่ทีมคว้าตัว ดีโอโก้ โชต้า มาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
SAGAME66

มินามิโนะ โดนส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน

เมื่อช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อที่จะได้พัฒนาฟอร์มการเล่น โดยนักเตะโชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยมในถิ่นเซนต์ แมรี่ส์ และอาจจะเลือกย้ายมาเล่นที่นี่ถาวร แต่กระนั้นเจ้าตัวแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการที่จะกลับไปแย่งตำแหน่งตัวจริงในถิ่นแอนฟิลด์
SAGAME66
สตาร์ทีมชาติญี่ปุ่น วัย 26 ปี ยังเชื่อมั่นว่าตนมีอนาคตอยู่กับ ลิเวอร์พูล และพร้อมที่จะกลับไปสโมสรเพื่อทำผลงานให้ดีที่สุด “ผมไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับตอนนี้ สำหรับช่วงปรีซีซั่น ผมอยากกลับไปลิเวอร์พูล และแสดงผลงานที่ดีที่สุดของผมกับสโมสร”
อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร goddessaday.com