ฟีฟ่า เตรียมเปลี่ยนกฎระบบยืมตัวนักเตะ

ฟีฟ่า

ฟีฟ่า เตรียมเปลี่ยนกฎระบบยืมตัวนักเตะ ทำ เชลซี สะเทือน

ฟีฟ่า เตรียมนัดประชุมใหญ่เกี่ยวกับกฎกติกาในเกมลูกหนังเดือนตุลาคมนี้กับ สหพันธ์นักเตะอาชีพ (FIFPro), สหพันธ์สโมสรในยุโรป (ECA),  สหพันธ์ลีกอาชีพ (WLF) และนักเตะชื่อดังในอดีตอย่าง คาฟู, ซโวนิเมียร์ โบบัน, เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ และ มาร์โก ฟาน บาสเทน โดยหนึ่งในหัวข้อหลักที่จะถูกหยิบยกมาถกกันคือระบบยืมตัวนักเตะนั่นเอง

 

สงสัย เชลซี อาจจะต้องเปลี่ยนระบบในการปล่อยผู้เล่นให้สโมสรอื่นยืมตัวเสียแล้ว เพราะปัจจุบันผ่องถ่ายนักเตะมากถึง 39 คน โดยล่าสุดมีรายงานว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เตรียมเปลี่ยนกฎระเบียบในเรื่องระบบการยืมตัว โดยจะอนุญาตให้แต่ละทีม เลือกส่งนักเตะให้สโมสรอื่น ยืมไปใช้งานได้เพียง 6-8 คน ต่อซีซั่น

ufabet369

โดยฟีฟ่ามองว่าปัจจุบันทีมยักษ์ใหญ่หลายรายใช้วิธีนี้เพื่อกักตุนนักเตะอายุน้อยแต่แววดีไว้กับตัวเอง แล้วปล่อยให้ทีมเล็กกว่ายืมตัวไปเพื่อบ่มเพาะฝีเท้าให้แข็งแกร่ง ซึ่งนอกจากเป้าหมายเอานักเตะเหล่านี้ขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักของตัวเองในอนาคตแล้ว ยังสามารถเก็งกำไรขายถ้าหากตัดสินใจว่าจะไม่ใช้งาน

ด้วยเหตุดังกล่าว ฟีฟ่าจึงต้องการให้เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องกฎการยืมตัวมากขึ้น หรืออาจจะถึงขั้นยกเลิกไม่ให้มีการยืมตัวนักเตะกันอีกต่อไป โดยรายงานระบุว่าหัวข้อนี้จะนำเข้าไปคุยกันในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารฟีฟ่าในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่า เชลซี เป็นหนึ่งในสโมสร ที่กว้านซื้อนักเตะเข้ามา แต่ถ้ายังละอ่อนเกินไป หรือ ไม่ค่อยได้รับโอกาส ก็จะถูกปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัว ซึ่งปัจจุบัน “สิงห์บลูส์” ส่งนักเตะไปยังทีมต่างๆมากถึง 39 คน อาทิ มิตชี่ บาตชัวยี่, ติมูเอ้ บากาโยโก้ และ เคิร์ท ซูม่า

 

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่า คิดไอเดีย เตรียมร่างกฎใหม่ ให้แต่ละสโมสร ปล่อยนักเตะให้ทีมอื่นยืมตัวได้เพียง 6-8 คน ต่อฤดูกาล โดยน่าจะเริ่มใช้ในซีซั่น 2020-21 ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบเต็มๆกับทัพ “สิงห์บลูส์” ที่มากกว่าถึง 5 เท่า

 

ติดตามข่าวสารอื่นๆได้ที่ https://www.ufabet369.net/

และอ่านข่าวอื่นๆอีกมากมายที่ https://goddessaday.com/

พนันบอลออนไลน์ เว็บแทงบอลออนไลน์ที่รวบรวมทุกอย่างไว้ที่เดียว

รับแทงบอลออนไลน์

รับแทงบอลออนไลน์ เว็บแทงบอลออนไลน์ที่รวบรวมทุกอย่างไว้ที่เดียว

รับแทงบอลออนไลน์ ฟรี เว็บไซต์เจ้ามือผู้ให้บริการพนันออนไลน์ทุกรูปแบบผ่านทางอินเตอร์เตอร์ คนส่วนใหญ่มักจะเรียกกันจนติดปากว่า UFABET369 โดยทาง UFABET369 คือ เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ในวงการ แทงพนันบอลออนไลน์ และพนันกีฬาออนไลน์ต่างๆ มากมาย หลายชนิดกีฬาจากทั่วโลก

 

สามารถที่จะวางเดิมพันได้ทุกเมื่อที่ต้องการเพียงเเค่มีอินเตอร์เน็ตกับโทรศัพท์คอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุค (อุปกรณ์ที่ใช้เล่นอินเตอร์เน็ต) เพียงเเค่นี้ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใดบนโลกท่านก็สามารถที่จะแทงบอลออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา

 

เว็บของเรามีตัวเลือกให้ท่านให้ได้เดิมพันเยอะมากมีให้ท่านเลือกหลากหลายราคาลีคฟุตบอลที่ครอบคลุมแทบทุกลีคทั่วโลก แถมยังสามารถเดิมพันสเตปในลีคเล็กก็ได้ ไม่เหมือนกับหลายเว็บที่จะให้ท่าน สามารถเดิมพันได้ในเฉพาะลีคใหญ่ที่มีคนรู้จักมากเท่านั้นอีกทั้งยังสามารถเลือกแทงได้หลายแบบ อาทิเช่น ราคาพูล ที่เลือกว่าใครแพ้ ชนะ หรือ เสมอ โดยไม่มีอัตราต่อรองทายสกอปกติทายสกอสูงต่ำทายลูกมุม ก็สามารถทำได้

 

ufabet369

 

ในการวางเดิมพันแทงบอลนั้น นักเดิมพันบางท่านที่ยังไม่รู้ว่าควรจะวางเดิมพันแทงบอลยังไงให้เข้าได้มีโอกาสที่จะชนะในทุกๆรอบได้วันนี้เราจะไม่ให้คำแนะนำวิธีแทงบอลยังไงให้เข้าเพื่อเป็นแนวทางในการวางเดิมพันแทงบอลสำหรับนักเดิมพันทั้งหลายเพื่อที่จะให้มีกำไรและมีโอกาสที่จะชนะเพิ่มขึ้นอย่างแรกที่นักเดิมพันทั้งหลายจะต้องมีนั่นก็คือข้อมูลซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนแม่นยำ

 

ถ้าท่านคิดว่าคนที่ชอบเล่นการเดิมพันหรือการแทงบอล ออนไลน์ เป็นชีวิตจิตใจที่ผ่านทั้งโต๊ะบอล และการเล่นบอลลีกเล็กมาแล้วการที่จะทำให้ ท่านสามารถที่จะได้กำไรจากการเดิมพันออนไลน์อย่างยั้งยืนนั้นท่านต้องอาศัยการมีข้อมูลในมือของท่านเอง

 

ข้อมูลที่จะกล่าวถึงในที่นี่ก็คือข้อมูลที่ท่านต้องรู้ก่อนว่ามีอะไรบ้างที่ท่านควรจะต้องทำหรือว่าควรจะต้องรู้จักจึงสามารถทำความเข้าใจอย่างละเอียดเมื่อท่านอยากเล่นให้รวยท่านจะต้องเดิมพัน หนักๆ

จึงจำเป็นอย่างมากที่ท่านจะต้องศึกษาให้มากขึ้น สามารถวิเคราะห์ ให้แตกเป็นประเด็นเจาะลึกกันจนถึงขั้นเข้าใจและเห็นภาพต่างๆได้เป็นอย่างดีสิ่งสำคัญที่ท่านจะต้องรู้ก่อนที่จะวางเดิมพัน

 

สมัครและพร้อมเป็นเศรษฐีได้แล้ววันนี้ที่ ufabet

สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล กับการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ลิเวอร์พูล

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เริ่มริบหรี่เต็มทีหลังจากที่ “หงส์แดง” บุกไปแพ้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-2 ที่สนามปาร์ค เดส์ แพร็งซ์ ในกรุงปารีส เมื่อวันพุธที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูล แมตช์นี้ต้องยอมรับว่า “เปแอสเช” วางแท็กติคมาดีเยี่ยม เมื่อพวกเขาสามารถไล่กดดันผู้มาเยือนได้ตั้งแต่ต้นเกม และได้ประตูที่ต้องการในนาทีที่ 13 เมื่อ เอ็มบั๊ปเป้ ปาดบอลเข้ากลาง และ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ สกัดไม่ขาดบอลเข้าทาง ฆวน เบร์นาต และเจ้าตัวก็ไม่ทิ้งโอกาสทองฝังเพชรจัดการตะบันด้วยซ้ายเข้าประตูไปอย่างงดหยดชดช้อย

ลิเวอร์พูล ในเวลานั้นสถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ยังคงย่ำแย่ไม่สามารถตอบโต้เจ้าบ้านเพื่อหวังทำประตูตีเสมอ และเกือบจะโดนเจาะประตูเพิ่มหลายครั้ง จนกระทั่งในนาทีที่ 37 จากจังหวะโต้กลับ เอ็มบั๊ปเป้ เจ้าเดิมกระชากบอลหนีแนวรับ “เดอะ เร้ดส์” ก่อนปาดเข้ากลางให้ เอดินสัน คาวานี่ ที่ยิงไปติดเซฟ อลีสซง เบ็คเกอร์ แต่บอลเข้าทาง เนย์มาร์ ที่จัดการยิงซ้ำเข้าไปแบบไม่เหลือซาก

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล สามารถกลับมาลืมตาอ้าปากได้บ้างในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เมื่อ ซาดิโอ มาเน่ โดน อังเคล ดิ มาเรีย ทำฟาวล์ในเขตโทษ และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ ที่ขันอาสาสังหารจุดโทษ และไม่พลาดทำให้ทีมกลับมาตีตื้น 1-2ในครึ่งหลังเป็นไปตามคาด ลิเวอร์พูล พยายามเปิดเกมบุกเข้าใส่ ส่วน “เปแอสเช” รอจังหวะสวนกลับ และสุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมเจ้าบ้านคว้า 3 คะแนนสำคัญได้สำเร็จ

สำหรับสถานการณ์อีกสนาม นาโปลี เปิดถิ่นสตาดิโอ ซาน เปาโล ไล่ทุบ เร้ด สตาร์ เบลเกรด สบายเกือก 3-1 ทำให้ตอนนี้ “อัซซูร่า” แข่งไปแล้ว 5 นัด มี 9 คะแนน ตามด้วย แซงต์-แชร์กแมง รั้งอันดับ 2 แข่งเท่ากันมี 8 แต้ม และ ลิเวอร์พูล อันดับ 3 มีเพียง 6 คะแนนเท่านั้น

เมื่อเช็คตารางของกลุ่ม ซี และเงื่อนไขต่างๆ แล้วนั้น จะพบว่าที่จริงโอกาสเข้ารอบของ “หงส์แดง” มันไม่ยากอย่างที่คิด เพราะพวกเขาต้องเอาชนะ นาโปลี แค่ 1-0 ก็เพียงพอต่อการเข้ารอบ เนื่องจากถ้าจบลงด้วยสกอร์นั้น เงื่อนไขต่อการเข้ารอบของทั้งสองทีมจะเท่ากันหมด จนทำให้ต้องมาดูกรณีจำนวนประตูรวมที่ทั้งสองทีมยิงได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่ง ลิเวอร์พูล จะทำได้มากกว่า นาโปลี เพราะจำนวนประตูที่ยิงได้รวมของพวกเขาจะเพิ่มจาก 8 ลูก เป็น 9 ประตู ส่วนของฝั่ง นาโปลี จะหยุดอยู่ที่ 7 ลูก (ผลต่างประตูได้-เสีย ของทั้งสองทีมจะเป็น +2 เท่ากัน ถ้าเกิดจบลงด้วยการที่ ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0)

อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิด โดนยิงแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จำเป็นต้องชนะด้วยผลต่าง 2 ลูกขึ้นไป (อย่างเช่น 3-1, 4-2 ฯลฯ) เพราะถ้าชนะด้วยผลต่างแค่ประตูเดียว (เช่น 2-1, 3-2) มันจะไปเข้าเงื่อนไขการวัดจากผลงานการเจอกันเองระหว่างสองทีมที่มีคะแนนเท่ากัน ที่บอกว่า “ทีมที่ทำประตูในเกมเยือนได้เยอะกว่า ระหว่างการเจอกันเอง จะเป็นฝ่ายเข้ารอบ”

กรณีที่  ทำได้แค่เสมอกับ นาโปลี พวกเขาจะมีแค่ 7 คะแนน แน่นอนว่าปิดประตูเข้ารอบน็อกเอาต์แชมเปี้ยนส์ ลีก ทันที แต่พวกเขาก็จะการันตีได้สิทธิ์ไปเล่น ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เพราะต่อให้ เร้ด สตาร์ เบลเกรด เอาชนะ ปารีสต์ แซงต์-แชร์กแมง ได้ และมี 7 แต้มเท่ากับ แชมป์ถ้วยใบโตยุโรป 5 สมัย แต่เฮด ทู เฮด ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ เหนือกว่า (เหย้าชนะ 4-0 แต่เยือนแพ้ 0-2)

อย่างไรก็ตามเกิดกรณีโลกถล่มแผ่นดินสะเทือน !!! แพ้ นาโปลี พวกเขาจะมี 6 คะแนนเท่าเดิม และฟ้าดันกลั่นแกล้งให้โดนล้อในโลกโซเชียลเมื่อ เร้ด สตาร์ ดันทะลึ่งชนะ แซงต์-แชร์กแมง ก็จะมี 7 แต้ม และแซงเข้าไปเป็นอันดับ 3 พร้อมซิวตั๋วไปเล่นถ้วยใบเล็กยุโรปทันที

ถึงกระนั้น อ็คโค่ สื่อท้องถิ่นของเมืองผู้ดีระบุว่าถ้าเกิด “เปแอสเช” ทำได้แค่เสมอกับ เร้ด สตาร์ โจทย์มันก็จะง่ายขึ้นสำหรับทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เพราะพวกเขาขอแค่ชนะก็จะตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที ไม่ต้องสนสกอร์ว่าจะชนะเท่าไหร่

ขณะเดียวกัน ถ้าเกิดทีมรวมแข้งระดับพันล้านอย่าง ปารีสฯ ไปหมูหกแพ้ เร้ด สตาร์ แล้วล่ะก็  ก็ขอแค่เก็บ 3 แต้มให้ได้ ก็จะผ่านเข้ารอบเหมือนกัน

  เงื่อนไขตัดสินทีมที่เข้ารอบ เมื่อมีคะแนนเท่ากันของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (ไล่จากเงื่อนไขที่มาเป็นอันดับ 1 ไปถึงอันดับสุดท้าย)

– จำนวนแต้มในเกมของการเจอกันเอง
– ผลต่างประตูได้-เสียของการเจอกันเอง
– จำนวนประตูที่ทำได้ระหว่างการเจอกันเอง
– จำนวนประตูที่ทำได้ในเกมเยือนระหว่างการเจอกันเอง
– ถ้ามีทีมที่มีคะแนนเท่ากันมากกว่า 2 ทีม และเงื่อนไขในข้างต้นเท่ากันหมด จะต้องมานับในกรณี มินิลีก
– ผลต่างประตูได้-เสียรวมของทั้งรอบแบ่งกลุ่ม
– จำนวนประตูที่ทำได้รวมของทั้งรอบแบ่งกลุ่ม
– จำนวนประตูในเกมเยือนที่ทำได้รวมของทั้งรอบแบ่งกลุ่ม
– จำนวนเกมที่ชนะรวมในรอบแบ่งกลุ่ม
– จำนวนเกมเยือนที่ชนะรวมในรอบแบ่งกลุ่ม
– คะแนนระเบียบวินัย (นับจากใบเหลือง-ใบแดง)
– ค่าสัมประสิทธิ์จาก ยูฟ่า

UFABET369

ufabet369

https://goddessaday.com

UFABET เผยคะแนนแข้งแมนยู เฉือน ยังบอยส์ เมื่อคืนนี้!

ยังบอยส์

แมนยู เฉือน ยังบอยส์ ชนะไป 1 ต่อ 0 ก้าวเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย


ยังบอยส์ ผู้มาเยือนจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เกือบเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ซะแล้ว

 

เกมนี้ต้องยอมรับว่า “แมนยู” ยังคงเล่นได้ฝืด แถมเกือบจะโดนผู้มาเยือนจาก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยิงประตูขึ้นนำในครึ่งหลังด้วย แต่เดชะบุญที่พวกเขามีนายทวารชื่อ ดาบิด เด เคอา ที่โชว์โคตรซูเปอร์เซฟอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งหากเป็นโกล์คนอื่นไม่รู้ว่าป้องกันจังหวะนี้ได้ไหม

 

เช่นนั้น เกมรุกของ “แมนยู” ก็ยังคงมีปัญหาโดยเฉพาะ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ทิ้งโอกาสสวยๆ ไปหลายครั้งในครึ่งแรก โดยเฉพาะจังหวะหลุดกับดักล้ำหน้าก่อนชิพบอลเหินข้ามคานสบายอุรา ขณะที่เกมรับก็ไม่ใช่ว่าจะดีเด่ เพราะหากแมตช์นี้แนวรุกเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เชื่อว่า เด เคอา ก็คงจะช่วยไม่ไหวหรอก

 

1. มูรินโญ่ จัดทีมแปลกอีกแล้ว

 

โชเซ่ มูรินโญ่ ยังคงเอกลักษณ์เรื่องแนวคิดการจัดทีมได้แปลกไม่ต่างอะไรกับในแมตช์ที่ “ปีศาจแดง” เสมอ คริสตัล พาเลซ แบบไร้สกอร์ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยแมตช์ล่าสุด “เฮียมู” ก็ยังคงเลือกนักเตะลงสนามค่อนข้างขัดใจสาวก “ปีศาจแดง”

 

เด เคอา โคตรหนึบ-เฟลไลนี่ ฮีโร่ เจาะ 5 ประเด็นแมนยูเฉือนยัง บอยส์

 

โรเมลู ลูกากู กับ ปอล ป็อกบา โดนดร็อปไปนั่งเล่นที่ซุ้มม้านั่งสำรองทั้งๆ ที่พวกเขาได้เล่นตัวจริงในเกมพบ “ดิ อีเกิ้ลส์” ขณะที่ อเล็กซิส ซานเชซ ซึ่งลงมาเล่นในฐานะตัวสำรองของ ป็อกบา ดันหายวับเข้ากลีบเมฆ ไม่มีแม้แต่ชื่อเป็นตัวสำรองในเกมเฉือน ยัง บอยส์

ป็อกบา และ ลูกากู ถูกส่งมาเล่นในช่วงกลางครึ่งหลัง โดยแทนที่ เฟร็ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด ตามลำดับ แน่นอนว่าการเปลี่ยนแท็คติกครั้งนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เฮ เพราะ หัวหอกทีมชาติเบลเยียม มีส่วนในจังหวะโหม่งเช็ดบอลให้ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ตะบันประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยทีมคว้า 3 คะแนนสำคัญได้อย่างหวุดหวิด

2. แรชฟอร์ด จอมยิงทิ้งยิงขว้าง

 

ลูกากู โดน มูรินโญ่ มองข้ามเมื่อเขาเชื่อใจในตัว มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงทำหน้าที่เป็นหน้าเป้า แต่เขาแสดงให้เห็นว่ายังไม่สามารถฝากผีฝากไข้ได้เลยเพราะ หัวหอกความเร็วสูงมีโอกาสส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายหลายครั้งในช่วง 90 นาที แต่ดันยิงทิ้งยิงขว้างไปอย่างน่าเสียดาย

หากมองผลงานในเกมนี้ แรชฟอร์ด ช่วยสร้างเกมบุกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูหวือหวาแต่น่าเสียดายที่นักเตะใช้โอกาสเปลืองเหลือเกิน และนั่นทำให้ทีมต้องเกิดอาการกระส่ายกระสับเพราะไม่สามารถทำประตูปลดล็อกคลายความกดดันในการเล่นต่อหน้าสาวก “เร้ด อาร์มี่” ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 

เด เคอา โคตรหนึบ-เฟลไลนี่ ฮีโร่ เจาะ 5 ประเด็นแมนยูเฉือนยัง บอยส์

 

โดยเฉพาะจังหวะที่ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ หลุดกับดักเช็คล้ำหน้า และเข้าไปโชว์ความเหนือชั้นด้วยการชิพบอลข้ามตัวผู้รักษาประตูยัง บอยส์ ในช่วงต้นเกม แต่ไม่รู้ว่าลืมช่างน้ำหนักมาจากที่บ้านหรือเปล่า ถึงได้ชิพซะแรงจนบอลเหินข้ามคานไปแบบไม่มีลุ้น

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ แรชฟอร์ด พลาดโอกาสสวยๆ หลายต่อหลายครั้ง โดยงานนี้ มูรินโญ่ แสดงอาการไม่ปลื้มสำหรับฟอร์มของ แข้งดาวรุ่งเลือดผู้ดี มากๆ งานนี้เจ้าตัวถึงขนาดลุกขึ้นออกมาจากม้านั่งสำรอง พร้อมกับยืนกอดอก และส่ายหัวอย่างไม่พอใจ

 

3. เด เคอา พิสูจน์ให้เห็นคุณค่าที่คู่ควร

 

นี่เป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอดตายอย่างหวุดหวิดด้วยความช่วยเหลือจาก ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน

 

เด เคอา โคตรหนึบ-เฟลไลนี่ ฮีโร่ เจาะ 5 ประเด็นแมนยูเฉือนยัง บอยส์

 

นายทวารเลือดกระทิงดุ สร้างสรรค์ผลงานดีมีคุณภาพอีกแล้วครับท่าน ซึ่งเขาก็มักทำได้แบบนี้ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา และเกมนี้ก็ไม่แตกต่างกัน  เมื่อเขาสามารถป้องกันจังหวะที่สุดสำคัญมากๆ ของผู้มาเยือน โดยตอนนั้น คริสเตียน ฟาสส์แน็คท์ ซัดบอลแฉลบแนวรับ “ผีแดง” และบอลกำลังจะพุ่งเสียบมุมอยู่แล้ว แต่มีมือพระเจ้าควักออกมาตรงเส้นประตูพอดี ทำให้ แมนฯ ยูฯ รอดไปได้อย่างหวุดหวิด

ฉะนั้นในเวลานี้คงไม่ต้องมาโต้เถียงกันแล้วว่าใครเป็นผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดในโลก และเชื่อว่าสาวก “ผีแดง” คงรีบกระตุ้นให้บอร์ดบริหารจับ เด เคอา ขยายสัญญาฉบับใหม่พร้อมทุ่มค่าเหนื่อยล่อใจให้มากที่สุด เพราะนี่คือนักเตะที่ดีที่สุดของทีมในเวลานี้

 

4. เฟลไลนี่ สวมบทฮีโร่อีกแล้ว

 

เมื่อไหร่ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการฮีโร่กอบกู้โลก แน่นอนว่าชื่อของ มารูยาน เฟลไลนี่ จะถูกเรียกให้ลุกจากม้านั่งสำรอง และลงสนามเพื่อช่วยให้ทีมพลิกสถานการณ์

 

เด เคอา โคตรหนึบ-เฟลไลนี่ ฮีโร่ เจาะ 5 ประเด็นแมนยูเฉือนยัง บอยส์

 

สำหรับเกมนี้ ดาวเตะชาวเบลเยียม ลงเล่นตัวจริง แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้สร้างผลงานโดดเด่นมากนัก แต่ก็ยังคงเป็นผู้เล่นที่ยืนถูกที่ถูกเวลาเสมอ เมื่อเจ้าตัวได้บอลจากการโหม่งของ ลูกากู ก่อนจะจับบอลตวัดยิงเข้าประตูไปอย่างสุดยอด ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที

แน่นอนว่าประตูชัยในเกมนี้ทำให้ มูรินโญ่ ถึงกับปลดปล่อยด้วยการคว้าลังใส่ขวดน้ำดื่มที่อยู่ข้างสนามเขวี้ยงลงพื้นด้วยความสะใจ โดยไม่สนใจว่าใครจะมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพราะนี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “เฮียมู” โล่งใจที่เห็นทีมทำประตูได้ซะที หลังมีโอกาสหลายครั้งแต่ดันยิงทิ้งยิงขว้าง

 

5. เฟร็ด ทำผลงานได้ดี มีใครรู้ไหม ?!  

 

มีหลายคนคงเซอร์ไพรส์ เพราะ เฟร็ด ได้ลงเล่นตัวจริงในเกมนี้ ไม่ใช่ว่า ดาวเตะเลือดแซมบ้าเพราะทุกๆ คนรู้ว่านักเตะรายนี้มีพรสวรรค์สูง แต่ตำแหน่งที่เขาลงเล่นให้  “ปีศาจแดง” ไม่ค่อยได้เห็นมากนัก เพราะในตำแหน่งนั้น มูรินโญ่ ชื่นชอบที่จะให้ เนมานย่า มาติช ลงเล่นมากกว่า

 

เด เคอา โคตรหนึบ-เฟลไลนี่ ฮีโร่ เจาะ 5 ประเด็นแมนยูเฉือนยัง บอยส์

 

อย่างไรก็ตาม เฟร็ด ได้เล่นตัวจริง และลงสนามถึง 1 ชั่วโมงซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถช่วยทีมได้ดีมากๆ ทั้งการลากบอลขึ้นไปเติมเกมบุก, การใช้ความเร็วในการช่วยทีมสร้างเกมรุก และผ่านบอลแบบทีเด็ดทีขาดได้ดีเยี่ยม ต้องยอมรับว่านี่คือหนึ่งในนักเตะที่เหมาะสมมากๆ ในการเล่นตำแหน่งกองกลางตัวคุมเกม

แน่นอนว่าศักยภาพของ เฟร็ด จะออกมาอย่างเต็มที่เมื่อได้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ แม้สุดท้ายเขาจะถูกเปลี่ยนตัวออกเพื่อเปิดทางให้ ป็อกบา ลงสนาม แต่ด้วยคุณภาพที่แสดงให้เห็นในแมตช์นี้ น่าจะทำให้แฟนบอล “ผีแดง” มองเห็นสิ่งดีๆ ที่อยู่ในตัว ดาวเตะชาวบราซิเลียน มากขึ้น

 

คะแนนแข้งแมนยู

ดาบิด เด เคอา 7.5
แม้จะไม่ค่อยอะไรทำ แต่มีลูกเซฟบนเส้นมหัศจรรย์ลูกนั้นก็กินขาดแล้ว

อันโตนิโอ วาเลนเซีย 5.5
กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งในรอบเกือบ 2 เดือน แม้เกมรับจะทำได้ดีแต่ฟอร์มโดยรวมยังไม่กระเตื้องขึ้นมากเท่าไหร่

ฟิล โจนส์ 7
เป็นอีกคนที่กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง มีจังหวะเคลียร์บอลสวยๆให้เห็นอยู่บ้าง ฟอร์มโดยรวมทำได้ดี

คริส สมอลลิ่ง 7
จ่ายบอลสวยๆให้เพื่อนร่วมทีมได้หลายครั้ง หยุดเกมรุกของคู่แข่งไดเตลอด เกมรับทำได้แข็งแกร่ง

ลุค ชอว์ 6
ป้องกันเกมบุกของคู่แข่งได้ดี แต่เกมรุกแทบจะไม่มีจังหวะประสานงานสวยๆกับ มาร์กซิยาล

มารูยาน เฟลไลนี่ 7
แม้จะเป็นฮีโร่ซัดประตูชัย แต่เกมนี้พลาดค่อนข้างเยอะ ยกระดับเกมรุกไม่ได้ ถูกจับล้ำหน้าบ่อยครั้งมาก

เนมานย่า มาติช 5
ยังคงทำผลงานได้น่าผิดหวังเช่นเคย ค่อนข้างช้าทั้งการป้องกันเกมรับและการทำเกมรุก

เฟร็ด 6
การจ่ายบอล จับบอลจังหวะแรกทำได้ดีขึ้น แต่หลังจากพักครึ่งก็แทบจะหายไปจากเกม

เจสซี่ ลินการ์ด 5
มีจังหวะประสานงานทำชิ่งกับ แรชฟอร์ด ได้ดี แต่ปัญหาบอลเจ้าตัวยังเป็นบอลจังหวะสุดท้ายเช่นเคย

มาร์คัส แรชฟอร์ด 4
การเคลื่อนที่หาตำแหน่งดูดีกว่า ลูกากู แต่เจ้าตัวมีโอกาสส่องประตูมากกว่าใครเพื่อนกลับยิงทิ้งยิงขว้างไปหมด

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 5
ตั้งแต่กลับมาจากโปรแกรมทีมชาติ ฟอร์มเก่งของเขาก็หายไปดื้อๆ บางครั้งฝืนเลี้ยงมาเกินไปจนโดแย่ง

 

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

ปอล ป็อกบา 6.5 (ลงมาแทน เฟร็ด นาทีที่ 64)
บอลยาวของเขาเป็นจุดเริ่มต้นสู่ประตูชัย

โรเมลู ลูกากู 7 (ลงมาแทน เจสซี่ ลินการ์ด นาทีที่ 64)
ลงมาโหม่งแอสซิสต์ให้ เฟลไลน่ ยิงประตูชัย

ฆวน มาต้า (ลงมาแทน อันโตนิโอ วาเลนเซีย นาทีที่ 72)
มีเวลาให้เขาช่วยทีมน้อยเกินไป

 

 

ติดตามข่าวสารได้ที่ UFABET369.NET

goddessaday.com